ซื้อกัญชงอย่าดูแค่คำว่า อย. : วิธีอ่านเลขและฉลากก่อนจ่ายเงิน

24

เผยแพร่เมื่อ

เห็นคำว่า “มี อย.” บนกล่องแล้วรีบหยิบใส่ตะกร้า อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการตัดสินใจพลาด เพราะคำโฆษณากับสถานะทางกฎหมายไม่ใช่เรื่องเดียวกัน เวลาเลือกผลิตภัณฑ์กัญชง อย. ต้องดูว่าตัวเลขนั้นเป็นเลขประเภทใด ออกให้กับสินค้าอะไร และตรงกับฉลากบนชิ้นที่กำลังจะซื้อหรือไม่

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ผู้ซื้อไม่อ่านฉลาก แต่อยู่ที่ฉลากจำนวนมากออกแบบให้เห็นคำว่า “ธรรมชาติ” “สกัดจากกัญชง” หรือ “ผ่านการตรวจสอบ” เด่นกว่าข้อมูลที่ใช้ตรวจจริง บางชิ้นมีเลขพิมพ์อยู่ แต่ไม่มีชื่อผู้ผลิต รุ่นสินค้า หรือรายละเอียดที่พอจะจับคู่กับฐานข้อมูลได้ วิธีที่ปลอดภัยกว่าคือแยกตรวจเป็นชั้น ๆ ไม่ตัดสินจากตัวเลขเพียงตัวเดียว

เลข อย. ไม่ได้มีความหมายเหมือนกันทุกสินค้า

คำว่า “เลข อย.” เป็นคำเรียกรวมที่ผู้บริโภคใช้กันทั่วไป แต่สินค้าคนละประเภทอาจใช้เลขหรือรูปแบบการอนุญาตคนละแบบ อาหาร เครื่องสำอาง ยา และผลิตภัณฑ์สุขภาพบางกลุ่มไม่ได้มีสถานะเหมือนกันทั้งหมด ดังนั้นการเห็นตัวเลขบนบรรจุภัณฑ์ยังไม่ตอบคำถามว่า สินค้านี้ได้รับอนุญาตในฐานะอะไร

ส่วนที่คนมักเข้าใจคลาดเคลื่อนคือคิดว่าเลขหนึ่งชุดรับรองทุกอย่าง ตั้งแต่ส่วนผสม ความปลอดภัย ไปจนถึงสรรพคุณที่โฆษณาไว้ ความจริงเลขดังกล่าวควรถูกใช้เพื่อตรวจสอบข้อมูลตามขอบเขตที่หน่วยงานอนุญาต ไม่ใช่ใบรับรองว่าคำกล่าวอ้างทุกประโยคบนหน้าร้านเป็นจริง

แยกประเภทสินค้าก่อนอ่านตัวเลข

เริ่มจากดูว่าสินค้าถูกนำเสนอเป็นอะไร หากเป็นอาหาร ให้มองหาข้อมูลที่เกี่ยวกับการอนุญาตอาหารและรายละเอียดส่วนประกอบ หากเป็นเครื่องสำอาง ให้ตรวจข้อมูลการจดแจ้งและคำเคลมที่อยู่ในขอบเขตเครื่องสำอาง ส่วนผลิตภัณฑ์ที่อ้างผลต่อการรักษา อาการ หรือการทำงานของร่างกาย ต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะการใช้ถ้อยคำลักษณะนั้นอาจทำให้สินค้าอยู่คนละกลุ่มกับที่ผู้ขายกล่าวอ้าง

ชื่อหมวดสินค้าบนฉลากต้องสอดคล้องกับวิธีขายและคำโฆษณา น้ำมันกัญชงที่ระบุเป็นอาหารไม่ควรถูกขายด้วยข้อความทำนองยารักษาโรคเพียงเพราะมีสารสกัดจากพืชชนิดเดียวกัน เมื่อประเภทไม่ตรงกัน เลขที่ดูเหมือนถูกต้องก็ไม่ได้ช่วยยืนยันความเหมาะสมของข้อความทั้งหมด

จุดตรวจบนฉลากที่ต้องจับคู่กัน

อย่าอ่านฉลากแบบไล่สายตาครั้งเดียวแล้วจบ ให้ตรวจเหมือนทำ QA สินค้า: ข้อมูลหนึ่งชุดต้องยืนยันอีกชุดหนึ่งได้ ถ้าเลขตรงแต่ชื่อผู้ผลิตไม่ตรง หรือชื่อสินค้าตรงแต่วันหมดอายุอ่านไม่ได้ ความน่าเชื่อถือของชิ้นนั้นต้องลดลงทันที

บนบรรจุภัณฑ์ภาษาไทย ควรค้นหาข้อมูลเหล่านี้ก่อนจ่ายเงิน โดยไม่ยึดว่าต้องอยู่ตำแหน่งเดียวกันทุกยี่ห้อ

  • ชื่อสินค้าและประเภท ต้องตรงกับสิ่งที่อยู่ในบรรจุภัณฑ์และคำอธิบายหน้าร้าน
  • เลขอนุญาตหรือเลขจดแจ้ง ต้องพิมพ์ชัด ไม่ถูกปิดทับ และระบุให้รู้ว่าเกี่ยวกับสินค้าใด
  • ชื่อและที่ตั้งผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า ต้องระบุได้ ไม่ใช่มีเพียงชื่อแบรนด์ลอย ๆ
  • ส่วนประกอบ ปริมาณสุทธิ และวิธีใช้ ต้องอ่านได้ครบ โดยเฉพาะสารสกัดและปริมาณต่อหน่วย
  • เลขล็อต วันผลิต และวันหมดอายุ ต้องไม่ถูกลบ เลือน หรือใช้สติกเกอร์ปิดอย่างผิดสังเกต
  • คำเตือนและเงื่อนไขการเก็บรักษา ต้องสัมพันธ์กับลักษณะของสินค้าและวิธีใช้งาน

การตรวจจะมีน้ำหนักเมื่อข้อมูลหลายจุดไปทางเดียวกัน เช่น เลขในภาพประชาสัมพันธ์ตรงกับกล่อง ชื่อผู้ผลิตตรงกับรายการที่ค้นพบ และรายละเอียดสินค้าไม่ขัดกับประเภทที่แจ้งไว้ หากมีเพียง QR Code แต่ไม่มีข้อมูลพื้นฐานบนฉลาก อย่าถือว่า QR นั้นแทนการแสดงฉลากได้ เพราะโค้ดอาจพาไปยังหน้าขายสินค้า ไม่ใช่ฐานข้อมูลของหน่วยงาน

วิธีเช็กเลขก่อนซื้อ โดยไม่หลงกับหน้าร้าน

ขั้นตอนที่ใช้ได้จริงคือหยุดการซื้อไว้ชั่วคราว แล้วตรวจเลขจากแหล่งข้อมูลทางการของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือช่องทางที่หน่วยงานกำหนดในช่วงเวลานั้น จากนั้นนำข้อมูลที่ค้นได้มาเทียบกับสินค้าจริง ไม่ใช่เทียบกับภาพโฆษณาเพียงอย่างเดียว

  1. ถ่ายภาพเลขบนกล่องให้ครบ รวมชื่อสินค้าและผู้ผลิต
  2. ค้นเลขในฐานข้อมูลทางการตามประเภทสินค้าที่ระบุ
  3. เทียบชื่อสินค้า ผู้รับอนุญาต ผู้ผลิต และรายละเอียดที่แสดง
  4. ตรวจล็อต วันหมดอายุ และสภาพซีลบนสินค้าจริง
  5. หยุดซื้อหากค้นไม่พบ ข้อมูลไม่ตรง หรือผู้ขายเร่งให้เชื่อจากรีวิวแทนหลักฐาน

ผลค้นพบที่ “มีเลขอยู่ในระบบ” ยังต้องอ่านให้ครบ เพราะรายการหนึ่งอาจเกี่ยวข้องกับชื่อหรือผู้รับอนุญาตที่แตกต่างจากสินค้าตรงหน้า หากผู้ขายใช้เลขของสินค้าอื่นมาแสดง นี่ไม่ใช่ความคลาดเคลื่อนเล็กน้อย แต่เป็นจุดที่ควรถามกลับและเก็บหลักฐานภาพไว้ก่อน

สัญญาณที่ควรพักการซื้อ

ฉลากที่ใช้คำว่า “ปลอดภัย 100%” “รักษาได้ทุกอาการ” หรือรับประกันผลโดยไม่มีเงื่อนไข ไม่ได้แข็งแรงขึ้นเพราะมีตัวเลข อย. อยู่ข้างกล่อง คำกล่าวอ้างเรื่องการรักษาและผลต่อร่างกายควรถูกแยกออกจากข้อมูลอนุญาตเสมอ นอกจากนี้ สินค้าที่ไม่มีฉลากภาษาไทยชัดเจน ไม่มีวันหมดอายุ หรือบอกปริมาณสารสกัดแบบกำกวม ก็ไม่ควรถูกแก้ตัวด้วยราคาถูกหรือคะแนนรีวิวสูง

ซื้อออนไลน์ต้องตรวจ “ตัวสินค้า” ไม่ใช่แค่หน้าร้าน

หน้าร้านออนไลน์มักใช้ภาพกล่องคนละรุ่นกับสินค้าที่ส่งจริง หรือครอปภาพจนเลขอ่านไม่ได้ ก่อนสั่งควรขอภาพฉลากทุกด้านจากผู้ขาย โดยเฉพาะด้านที่มีเลขอนุญาต ส่วนประกอบ ผู้ผลิต และวันหมดอายุ หากตอบไม่ได้หรือส่งภาพที่เบลอซ้ำ ๆ นั่นคือข้อมูลที่บอกให้ชะลอการตัดสินใจแล้ว

เมื่อได้รับสินค้า ให้ตรวจซ้ำก่อนเปิดใช้ เก็บใบสั่งซื้อ ภาพหน้าร้าน และภาพฉลากไว้ หากข้อมูลไม่ตรง ให้ติดต่อผู้ขายผ่านช่องทางที่มีหลักฐาน และพิจารณาแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามประเภทปัญหา อย่าโพสต์เตือนด้วยข้อกล่าวหาที่ตรวจไม่ครบ เพราะเป้าหมายคือทำให้ข้อเท็จจริงแยกจากอารมณ์ได้ชัด

เกณฑ์ตัดสินใจที่ใช้งานได้จริงมีเพียงสามชั้น: ประเภทสินค้าตรง เลขตรวจสอบได้ และฉลากจับคู่กับของจริง ถ้าขาดชั้นใดชั้นหนึ่ง ให้ถือว่ายังตรวจไม่ผ่าน ไม่ว่าคำโฆษณาจะดูน่าเชื่อถือแค่ไหน ครั้งหน้าที่เห็นคำว่า “มี อย.” ลองถามตัวเองก่อนว่าเลขนั้นยืนยันอะไร และยังมีข้อมูลส่วนไหนที่ผู้ขายยังไม่ยอมให้ตรวจ